รายการต่อไปนี้ อาจมีภาพ บทความ
และการใช้ภาษาที่รุนแรง ไม่เหมาะสม โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม
ผู้ที่ไม่เสพ วายควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด
วายโลกสวย ผู้รับไม่ได้กับ ฉากข่มขื่น นิยมอ่านเคะเมะหน้าตาดี มีจินตนาการสาวน้อย ควรทำใจให้ดีก่อนอ่าน....
วายโลกสวย ผู้รับไม่ได้กับ ฉากข่มขื่น นิยมอ่านเคะเมะหน้าตาดี มีจินตนาการสาวน้อย ควรทำใจให้ดีก่อนอ่าน....
++++++++++++++++++++
“ซี๊ด!!”
เสียงซูดปากดังขึ้นเบาๆ ขณะใช้มือหนาจับรอยช้ำที่คาง
“ชิ
รู้ก็รู้ว่าใช้หน้าหากินยังทำกันซะได้...”
ไม่รู้ว่ามันพลาดจากจุดไหน ถึงตรงไหน
ทำไมตัวเขาเองต้องมาหน้าช้ำ ตกงาน
และเป็นคนไร้บ้านอยู่ตรงนี้ด้วย ขณะคิดในเรื่องแย่ๆก็ยกดื่ม Gin
tonic รวดเดียวหมดช๊อต
แล้วนึกถึงวันเก่าที่นานเสียจนเหลือแต่ความทรงจำที่ดูจะสวยงามเกินจริง
ใบหน้าของพี่ชายที่แสดงสีหน้าไม่ชัดเจนเมื่อเขาจำไม่ค่อยได้ แต่ไม่ใช่สีหน้าที่ดีนัก พูดกับตัว ‘เขา’ เอง
“นายมันเหมือนแม่... อ่อนแอ! ไม่มีทางอยู่คนเดียวได้หรอก...” น่าแปลกที่เขาจำริมฝีปากที่ขยับไปมาได้ดี ความทรงจำดีๆสุดท้ายเกี่ยวกับพี่ชายคนเดียวที่มี เมื่อคืนถัดมาพี่ชายของเขาก็ขับมอเตอร์ไซด์คู่ใจขึ้นทางยกระดับแล้วลงทางลัด ทิ้งดิ่งด้วยความเร็วสูง ขณะเขาตามมาทีหลัง มองที่ชายที่ลอยกลางอากาศขณะเสียงเบิ้ลเครื่องยังดังสนั่น
ใบหน้าของพี่ชายที่แสดงสีหน้าไม่ชัดเจนเมื่อเขาจำไม่ค่อยได้ แต่ไม่ใช่สีหน้าที่ดีนัก พูดกับตัว ‘เขา’ เอง
“นายมันเหมือนแม่... อ่อนแอ! ไม่มีทางอยู่คนเดียวได้หรอก...” น่าแปลกที่เขาจำริมฝีปากที่ขยับไปมาได้ดี ความทรงจำดีๆสุดท้ายเกี่ยวกับพี่ชายคนเดียวที่มี เมื่อคืนถัดมาพี่ชายของเขาก็ขับมอเตอร์ไซด์คู่ใจขึ้นทางยกระดับแล้วลงทางลัด ทิ้งดิ่งด้วยความเร็วสูง ขณะเขาตามมาทีหลัง มองที่ชายที่ลอยกลางอากาศขณะเสียงเบิ้ลเครื่องยังดังสนั่น
‘เขา’
ไม่ได้เห็นแม้แต่งานศพของพี่ และพอรู้ตัวก็ผ่านอะไรมามาก และได้มาอยู่ที่ร้าน คนรู้จักของแม่ที่ตอนนี้เขาอาจจะรู้จักเธอดียิ่งกว่าแม่ที่หนีตามผู้ชายไปก่อนพี่ตายเสียอีก
‘เขา’ เป็นพนักงานในร้านกลางคืนร้านนึงในย่านคึกคัก ตามที่คนรู้จักแนะนำให้ทำ ...
‘เขา’ เป็นพนักงานในร้านกลางคืนร้านนึงในย่านคึกคัก ตามที่คนรู้จักแนะนำให้ทำ ...
สาวคนนึง ที่เขาจำชื่อไม่ได้แล้วทักจากด้านหลังด้วยท่าทียโสและโมโหจัด
“ฉันเห็นนะ!!!
เธอไปค้างห้องอีนางนั่นใช่ไหม?” เธอตวาดถามทันทีที่เดินมาถึง
“อีนางไหน?” เขาถามกลับ ขณะหัวเราะราวกับกำลังล้อเล่นกัน
“อีนางไหน?” เขาถามกลับ ขณะหัวเราะราวกับกำลังล้อเล่นกัน
“ก็.....ไงละ!!!”
เธอคาดคั้นเขาด้วยชื่อของใครสักคนที่เขา จำชื่อไม่ได้แล้ว แต่ที่จำได้ คือใบหน้าที่โบกแป้งจนขาววอกกำลังบิดเบี้ยวไปมา
ก่อนเสียงของผู้ช่วยให้รอดจะดังขึ้นขัด
“มัวทะเลาะอะไรกันอยู่! ไปทำงานได้แล้ว!” เจ้าของร้าน ที่ใครๆก็เรียกเธอว่า “เจ๊” ตวาดเสียงกร้าว ทำให้ทุกคนสลายตัว เหลือ เพียงเขา และ เจ้าของร่างระหงส์ ได้ส่วนสัด ที่ขัดกับวัยคราวแม่
“มัวทะเลาะอะไรกันอยู่! ไปทำงานได้แล้ว!” เจ้าของร้าน ที่ใครๆก็เรียกเธอว่า “เจ๊” ตวาดเสียงกร้าว ทำให้ทุกคนสลายตัว เหลือ เพียงเขา และ เจ้าของร่างระหงส์ ได้ส่วนสัด ที่ขัดกับวัยคราวแม่
“ขอบคุณที่ช่วยครับ”
“ซนเกินไปแล้วนะ พี่บอกแล้วไงว่าอย่ายุ่งกับเด็กในร้าน!”
“งั้นนอกร้านได้หรือ?”
เขาถามหน้าทะเล้นก่อนอีกฝ่ายจะเงียบไปสักพักแล้วค่อยตอบพรางเดินเข้ามา
ลูบปอยผมที่ยังชี้ไม่เข้าทีเข้าทาง
“...ซนเกินไปแล้วจริงๆ
ทำตัวเรียบร้อยบ้างจะตายหรือไง?”
“กับพี่นะ ผมทำตัวเรียบร้อยที่สุดละ?”
“เอ๋? นั่นเรียบร้อยแล้วหรือ”
ภายในคำพูดแฝงความนัยที่ลึกซึ้ง ดีที่เวลาทำงานกระชั้นเข้ามาจึงต้องแยกย้ายไปโดยปริยาย
...
บาร์เหล้า แบบคลับเฮาส์ที่มีหนุ่มๆ สาวๆ
เดินให้บริการตามโต๊ะ เป็นธุรกิจกลางคืนที่นิยมกันในย่านนี้ เขายืนอยู่หลังเคาเตอร์บาร์
คอยชงเครื่องดื่มพิเศษให้ลูกค้าที่นั่งคนเดียว ...
ใบหน้ายิ้มแย้มเหลือบมองลูกค้าประจำที่นั่งหลบมุม
เขาไม่เกี่ยงลูกค้านักถ้าเงินถึง
เมื่อลูกค้าคุ้นหน้าเจ้าเดิมลุกออกไป เขาก็เดินไปเก็บแก้วเปล่าที่ถูกวางทิ้งไว้พร้อมเงินทิปจำนวนมากผิดปกติ
สายตาเขามองกระดาษรองก้นแก้ว ที่ถูกพลิกเป็นอีกสี ให้เป็นสัญญาณ
จากนั้นเขาเสียบกระดาษไปในซองใสที่ติดอยู่ที่พนัง
แทนถังขยะ แล้วเรียกให้เพื่อนอีกคนมายืนแทนที่ เพื่อออกไปพักสักครู่....
ด้านหลังของร้านมิดชิด
เมื่อเดินออกไปแล้วเลี้ยวขวาจะมีมุมพักผ่อนอับสายตาที่ถูกจัดไว้อย่างดี
ตรงนั้นมีชายคนนึงนั่งรออยู่เงียบๆ แสงไฟสลัวค่อนข้างมืด ทำให้บรรยากาศดูลึกลับ และอันตรายราวกับว่าเรื่องไม่ดีกำลังจะเกิดขึ้น
‘เขา’
ขยับ โบว์หูกระต่ายที่คอให้หลวมๆ พร้อมโค้งให้กับคนที่รออยู่ก่อนเป็นการแสดงความเคารพ
แล้วจึงนั่งลงทำหน้าที่ของเขาอย่างเคยชิน
ปลายลิ้นตวัดเลียส่วนยอดนุ่มของอวัยวะที่ยื่นออกมา
ภายใต้เงามืด เมื่อจมูกห่างจากจุดสำคัญแค่คืบ ขณะอีกส่วนสอดเข้าไปในปากทำให้กลิ่นสาปเนื้ออุ่นฉุนขึ้นจมูก
ใบหน้า เรียวจูบเลียกับส่วนสำคัญอย่างชำนาญ ขณะเสียงครางของอีกฝ่ายเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
มือของลูกค้าคนสำคัญ เริ่มลงน้ำหนักบนไหล่กว้างของเขา ขณะผายสะโผกดันตัวขึ้น เมื่อให้ตัวเองสัมผัสกับโพรงปากอุ่นได้ถนัดขึ้น
...
เสียงหอบ ปนเสียงกลั้นลมหายใจ สลับครางดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อคุณลูกค้ากำลังได้รับบริการจากเงินที่เขาจ่ายไป ไม่ช้าร่างทั้งร่างก็สั่นกระตุกเกรงอย่างแรง
“อึก!
...อือ!” สิ้นเสียง สาปน้ำของลูกค้าวัยเจริญพันธุ์ก็ฉีดพ่นเข้าเต็มช่องปากของเขา
บริกรหนุ่มค่อยๆหยิบเขาผ้าเช็ดปากจากในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเช็ดคราบที่ทำหกเลอะ
ขณะค่อยๆกลืนสิ่งที่อีกฝ่ายป้อนให้ลงคอไป
จบการให้บริการไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้น ไม่แม้แต่คำขอบคุณ
เขาค่อยๆเดินออกมาก่อนเมื่อเสร็จหน้าที่
ขณะขมวดคิ้วยุ่งกับรสชาติที่หลงเหลืออยู่ในปาก
“ลูกค้าคนนั้นคงติดใจนายน่าดู
ดูเหมือนจะเรียกใช้ป่อยๆเลยสินะ..”
เสียงทักที่ยิ่งทำให้หงุดหงิดดังขึ้นทั้งๆเขาเพิ่งจะเดินกลับเขามาหลังร้านได้ไม่กี่ก้าว
...
“หืม? ถ้านายอิจฉา
อยากได้คราวหน้าจะแนะนำให้ก็ได้นะ”
“ฉันอิจฉา ลูกค้านั่นต่างหาก
ที่ได้นายใช้ปากดีๆนี่ช่วยให้” เพื่อนรวมงานแค่นหัวเราะขณะพูดกวนโมโห
ขณะเขายังสามารถปั้นหน้าสงบแล้วมองไปยังคู่สนทนาเพื่อดูว่า
อีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่ ...
“ถ้านายจะเป็นลูกค้า ผมคงคิดนายแพงหน่อย..”
“แต่นายสนุกกับพวกสาวๆในร้านฟรีๆนินะ?”
“อืม? มันเกี่ยวอะไร?
เจ๊มีกฏว่าห้ามยุ่งกับเด็กในร้านไม่ใช่เหรอ?”
เขาเฉไฉเมื่อคู่สนทนายกเรื่องส่วนตัวของเขามาพูด พร้อมเดินหนี
“เดี๋ยวสิ ... นายเอากับพวกหล่อนๆนั่น
จนน่าจะเบื่อแล้วไม่คิดจะลองอะไรอย่างอื่นบ้างหรือ?”
“ลองอะไร? ผมก็สนุกไปเรื่อยละ”
“จริงๆนายใช้ปากให้กับลูกค้าผู้ชายได้ ก็แปลว่านายก็ไม่ได้รังเกียจอะไร
ทำไมไม่คิดจะลองแบบ...ลองแบบ...”
เขามองหน้าคนพูดก่อนจะระเบิดหัวเราะเสียงดังจนอีกฝ่ายตกใจ เขาไม่อยากเชื่อว่าชายตรงหน้าคิดอะไรอยู่
และไม่อยากเชื่อยิ่งขึ้นว่าเพื่อนร่วมงานคนนี้วาดภาพเขาไว้แบบไหน...
“ฉันก็พอมีประสบการณ์มาบ้างละนะ...”
เขาตอบพร้อมยิ้ม ขณะมองหน้าแดงซ่านของคู่สนทนา
“งั้น..เหรอ..”
“แต่โทษทีฉันไม่ชอบอะไรที่มันจริงจังเท่าไหร่นะ..”
การออกตัวทำให้เพื่อนร่วมงานคนเดิมมองหน้าเขาไม่วางตา
หลังเลิกงาน ประมาณตี 4กว่า เขาตรงกับที่พัก
คอนโดหรูที่แม้มีของราคาแพงมากมาย แต่กลับกองทิ้งไว้เกลือนกลาดอย่างไร้ค่า
ไม่ต่างจากภูเขาขยะ ณ ห้องสี่เสื่อในความทรงจำสมัยเด็กของเขาเท่าไหร่
เขาทิ้งตัวลงนอน แล้วเผลอหลับไป
แต่ไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องลืมตาตื่นด้วยการมาของใครบางคน....
“ทำให้ตื่นหรือ?”
ผู้ที่เดินเข้ามาทีหลังถามขณะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ
“เปล่า...”
เขาปฏิเสธขณะหลับตานอนต่อ
มือเรียวลูบผมอย่างอ่อนโยนแต่เล็บที่แต่งเกินพอดีก็คุกคามผิวเขาอยู่ดี
กลิ่นน้ำหอมปนกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคย ก่อนจะลืมตาขึ้นมามองอย่างเสียไม่ได้
“ไม่คิดว่าจะอยู่ห้องนะ…”
“ไม่อยากให้อยู่...หรือครับ?” ปลายตาที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอางมองเขา
แล้วยิ้ม รอยตีนกาขึ้นขีดจนนับไม่ถ้วน
“คิดว่าไงละ?”
“ไม่รู้สิ เจ๊ว่าไงละ?”
เขาย้อน
“บอกแล้วไง นอกเวลางานอย่าเรียกว่า เจ๊ ให้เรียกชื่อ..” เธอก้มลงกระซิบ
“ครับ.....”
ริมฝีปากของเขาขยับเรียกชื่อตามสั่ง ก่อนจะ เรียกซ้ำไปซ้ำมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง
ในช่วงเวลานั้นมันยังไม่มีอะไรเลวร้าย เป็นชีวิตที่สบายและสนุกด้วยซ้ำ เขาคิดพรางยกเหล้าขึ้นดื่มอีกช๊อต
พรางนึกถึงอดีตอีกครั้ง อดีตอันเป็นการเริ่มต้นของความวุ่นวาย
ในวันนึงที่เหมือนกับทุกวัน
เขากลับพบว่า เจ๊ ของเขากำลังนั่งดื่มกับชายวัยกลางคนคนนึง ถึงไม่แก่กว่าเธอแต่อายุก็คงไม่ใช่น้อย
ดวงตาสดใสเหมือนสาวน้อย
และท่าทางอ่อนหวาน ทำให้เขารู้ได้ทันที ว่า “คู่แข่งปรากฏตัว”
แต่มันไม่ใช่เรื่องสำคัญถ้าหาก การอุปถัมภ์ยังคงเหมือนเดิม
เงินปึกหนึงวางไว้ที่เดิมเหมือนทุกที ก่อนความขี้สงสัยของเขาจะทำให้ต้องเอ่ยปากถาม
“ไม่ค้างหรือครับ?”
“แค่แวะมาเอาเงินมาให้ เท่านั้น...”
เธอตอบ
“วันหยุดผมทั้งที ไม่อยู่ด้วยกันเรอะ?
หรือมีนัด?”
“ว่างก็หัดพักผ่อนเสียบ้างเถอะ!”
“งั้นผมไปสนุกที่อื่นนะ?”
เขาขู่ด้วยความคะนองปาก ก่อนอีกฝ่ายจะเปิดกระเป๋าแล้วเอาเงินออกมาวางให้เพิ่ม
“ค่าขนม... อย่าซนจนเกิดเรื่องละ...”
พูดจบก็ออกไปจากห้องทันทีโดยไม่สนคำขู่เลยสั่งนิด
เขาลุกขึ้นมานั่ง แล้วนับเงิน
เห็นไหมเงินยังเท่าเดิมแถมมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ?
เขาคิดในหัว แต่
ใจของเขากลับรู้สึกตะขิดตะขวง และกังวลแปลกๆ
แฟนใหม่เจ้าของร้านเข้าออกที่ทำงานเขาบ่อยขึ้น
จนบางครั้งถึงกับมานั่งแช่เป็นวันๆ
“เห้ย เฮียแกมาอีกแล้ววะ”
บริกรคนนึงกระซิบ
“เหรอ..แล้วไง”
“ก็เหมือนเดิม เรียกเด็กไปนั่งด้วย
แถมเสียงดังรบกวนชาวบ้านฉิบหาย”
“ถ้าจ่ายเงินก็ไม่เป็นไรนี่
ทีหลังเปลี่ยนให้ไปนั่งลึกๆหน่อย...” เขาแนะ
แต่เสียงเงียบของเพื่อนร่วมงานทำให้ได้คำตอบ ที่ต่างออกไป
“......”
“มันไม่จ่ายหรอกเหรอ?”
“เออ กินฟรี ดื่มฟรี
แถมเรียกไปนั่งกักตัวจนขาดรายได้...” หญิงสาวคนหนึ่งที่ลุกหนีมา
อ้างว่ามาเติมน้ำแข็งเสริม
“เมื่อไหร่เจ๊จะมานะ...”
เธออุธรณ์
“ก็โทรไปตามสิ”
เขาตอบ
“โทรทีดิ...”
จบเขาก็ละมือจากหน้าที่แล้วเดินไปโทรศัพท์เรียก เจ๊เจ้าของร้าน และเจ้าของตัวปัญหา
ให้มารับหน้า
ไม่ช้าเธอก็มาถึง ด้วยใบหน้ายุ่งยากใจ
แต่ก็ยิ้มออกทันทีพียงแค่เห็นหน้าคนรักของเธอ
ไม่ดีซะแล้วแหะ หมอนี่ เขาคิดขณะยืนสุบบุหรี่ดูอยู่ห่างๆ
ถึงแบบนั้นก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมา
ก่อนจะแกล้งทำเป็นไม่สนใจ
มันอาจเริ่มตั้งแต่ตอนนั้นที่เขาตกเป็นเป้า...
งานหลังร้านเป็นงานสบาย เงินดีแต่สำหรับ
เขา บางทีมันก็น่าเบื่อ และรู้สึกอยากดิ่มน้ำยาป้วนปากล้างท้อง
วันนั้นเขาอาการไม่ค่อยดีนัก ขณะเดินหน้ายุ่งกลับเข้ามาในร้าน
ก็เจอกับร่างของชายตัวปัญหาที่เขาเลี่ยงมาตลอด
เขาชะงักเท้าเล็กน้อยก่อนจะเดินเลี่ยงไปราวกับมองไม่เห็น แต่ก็ถูกอีกฝ่ายสะกัดไว้
“เดี๋ยวดิ คนยืนทั้งคนไม่เห็นหรือไง?” ชายมาดภูมิฐานสมอายุถาม
“เห็นครับ
...แต่ไม่คิดว่าเป็นธุระที่ต้องสนใจ”
“นาย ...เด็กเลี้ยงคนว่าสินะ
ปากเก่งจริงนะ!
คิดว่าเธอเอ็นดูแล้วจะมาก้าวร้าวใส่แบบนี้ได้...”
เขาขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำกล่าวหา
จนลืมแปลกใจว่ารู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นใคร ก่อนจะตอบกลับด้วยคำสั้นๆ
“ขออภัยครับ และขอตัวก่อน..”
ถึงแบบนั้นก็ไม่พ้นอยู่ดีมือหยาบกลับมาคว้าไหล่เขาเอาไว้
แต่เขาก็เผลอปัด1ออกทันที จนอีกฝ่ายแสดงสีหน้าไม่พอใจยิ่งขึ้น
“ยโสนะแกนะ!”
“ขอโทษครับ ผมเป็นคนขี้ตกใจ...”
ยังไม่ทันจะได้ต่อปากต่อคำต่อ
คอเสื้อของเขาก็ถูกกระชากขึ้น แววตาที่เคยนุ่มนวลฉายอารมณ์โกรธจัด กลิ่นปากคนตรงหน้าคุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้า
...
“เกิดอะไรขึ้นครับ!”
พนักงานในร้านคนนึงเดินเข้ามาพอดี ก่อนอีกฝ่ายจะปล่อยมือแล้วโยนร่างของเขาลงไปกอง
“ไอ้นี่สิมันปากดีหาเรื่อง!”
“ไปหาเรื่องอะไรเฮียเขาละ ไปๆ”
พนักงานที่เข้ามาขัด เดินมาดูเขาแล้วจับให้ลุกขึ้นพร้อมดันให้เดินออกไป ก่อนเขา
จะพึมพำด้วยความหัวเสีย จนลืมแปรงฟัน...
“พวกเมาอาระวาดชัดๆ”
เขาคิดว่ามันจะจบ
แต่หนุ่มใหญ่กลับปากมอมกว่าที่คิดเมื่อเขาเอาเรื่องไปฟ้อง “เจ๊”
“ทำไมต้องไปทะเลาะกับเขาละ!”
เธอดุ
“ผมเป็นคนอย่างนั้นหรือครับ?”
“ไม่ใช่แล้วนี่มันเรื่องอะไร?”
“ ถ้างั้นก็ตามที่เขาฟ้องนั่นละครับ”
“อย่ามาประชดพี่นะ! เขาว่าเธอไปพูดไม่ดีกับเขานะสิ”
“เหรอ?”
เขาแค่ยักไหล่ใส่
“แบบนี้แหละเขาถึงโมโห!”
สาวใหญ่หยิกแก้มแล้วดึงยืดไปมาด้วยความหมั่นไส้
เขาลูบแก้มปอยๆ แล้วจึงถาม
“หมอนั่นดีขนาดนั้นเลยหรอ?”
คนถูกถามถอนหายใจแล้วจึงอ้าปากตอบด้วยท่าทีอ่อนลง
“เธอคิดว่าไงละ...”
“นี่นะรอยอะไร...”
เขาไม่ตอบแล้วถามถึงรอยช้ำที่ข้อมือ และลูบแก้มที่ฉาบเครื่องสำอางหนาเตอะ
เพื่อให้เห็นรอยช้ำเข้มอีกแห่ง
“ชั่งมันเถอะน่า”
เธอปัดมือเขาออกแล้วพูดต่อ
“เธอก็รู้นะ พี่นะแก่ขึ้นทุกวันๆ
ไม่ใช่สาวๆเหมือนคนอื่นเขา”
“แต่ก็ยังสวย”
“เธอนี่นะ..”
สาวใหญ่ยิ้มเขิน ขณะเงยหน้ารับริมฝีปากคุ้นเคย ความหนุ่มนวลและซุกซนทำให้เธอหัวเราะ
ก่อนจะนึกบางอย่างออกแล้วผละออก จนทำให้เขาเสียอารมณ์
“โทษทีนะพี่มีนัดนะ...”
“ครับ? กับที่รักของพี่ก็ช่วยไม่ได้นะ”
เขาตัดพ้อในเชิงอ้อน
“เอาค่าขนมไหม?”
เธอหยิบเงินยื่นให้เป็นการปลอบ
“เก็บไว้เลี้ยงที่รักของพี่เถอะครับ....”
แค่คำเน็บแนมสั้นๆทำให้ทุกอย่างที่เขาทำมาพังลง อารมณ์ที่ดีขึ้นของเธอขุ่นลงอีกครั้ง
“อย่าเหมารวมว่าเขาเป็นแบบเธอนะ”
เธอพูดด้วยเสียงเรียบก่อนจะวางเงินไว้ พร้อมคำพูดที่กรีดลงในใจผู้ฟัง
หญิงโง่เพราะรักอีกแล้วสินะ! เขาสบถในใจ
คนที่โง่เพราะรักนะ
มันไม่น่ารักจริงๆหรอกนะ เขาก็ได้แต่บ่นกับตัวเอง
ก่อนงานจะเข้าเขาอย่างต่อเนื่อง เมื่อผู้ที่ชนะไปแล้วยังตามราวี จนมีเรื่องกระทบกระทั่งไม่ขาด
จนกระทั่งถึงจุดแตกหัก
ขณะนอนอยู่บนเตียงนุ่มๆ เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น
แล้วกระหน่ำเคาะจนนอนอยู่ไม่ได้ ...
เขาค่อยเดินไปเปิดประตูโดยระวังไม่ให้คนนอนข้างๆตื่น
“ครับ รบกวนเรียก
รปภด้วย” เขาโทรลงไปที่ front ของคอนโดให้ส่งคนขึ้นมา
แล้วไปเปิดประตู
“กูรู้นะมึงอยู่ในนั้น!!!”
“เออแล้วมีอะไรครับ?”
“เธออยู่นี้หรือเปล่า?”
“อยู่ มีไร?”
เขาตอบตามจริงก่อนหมัดล้วนๆจะประเคนเข้าหน้า จนลงไปกอง เสียงเข้มคารามด่า เมื่อคนกำลังคลั่ง เข้าประชิดเพื่อซ้ำต่ออีกหมัด
โชคดีเมื่อหญิงสาวในห้องเดินออกมาห้ามก่อน ...
“มาได้ยังไง! หยุด!!!”
เธอตวาด ก่อนจะดันแขกที่มาเยือนออกไปนอกห้อง
เขาไม่ได้ตามออกไปเมื่อรู้ว่า
จะยิ่งทำให้เกิดเรื่อง และเมื่อได้ยินเสียงรปภ ก็กลับไปนอนต่ออย่างไม่สนใจ...
แอลกอฮอล์ไม่กี่ช๊อตไม่ได้ทำให้เขาเมา
จนเอาแต่นั่งก้มหน้า แต่เพราะเขานึกตรงตอนที่ไม่พึงประสงค์ที่สุดออก เขาถอนหายใจเล็กน้อยแล้วนั่งนึกต่อ
“นี่เป็นงวดสุดท้ายแล้ว
เราพอกันแค่นี้เถอะ”
“งั้นหรือ?
ถ้าพี่ว่างั้นก็คงจะเป็นแบบนั้น...”
“พี่รักเขานะ..”
“เลยไม่รักผมแล้ว?”
“เลยไม่รักผมแล้ว?”
สาวใหญ่เงียบกริบพรางน้ำตาซึม
“เราเคยรักพี่ด้วยหรอ”
“แล้วพี่คิดว่าไงละ?” เขาย้อมแล้วจูบเช็ดน้ำตาให้
“พี่แก่จะแย่แล้วพี่รู้ตัวเองดี และเขาเหมาะกับพี่นะ” เธอตอบแล้วหัวเราะ
“ความเหมาะสมไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเสมอไป...”
“เขาดูแลพี่ได้
พี่แค่อยากได้ใครสักคนดูแลในทีสุดท้าย เข้าใจใช่ไหม?”
“อืม...”
“เราจะไม่เจอกันอีก แต่เธอจะเป็นน้องพี่
เรื่องงานก็ยังคุยได้เสมอละนะ แต่พี่จะไม่มาที่นี่อีก...”
เธอขีดเส้นตายก่อนจะวางเงินจำนวนเยอะกว่าทุกทีไว้ให้แล้วผละเดินออกไป
แต่ตอนนั้นเขากลับเดินตามเสยผมของเธอเปิดดูซอกคอขาว พรางดึงข้อเสื้อลงต่ำแล้วก้มลงจูบ
เธอสะดุ้งแล้วรีบเอามือปัด
แล้วหันมามองหน้า
“ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง
...แต่ว่าพี่ต้องกลับมาหาผมแน่...”
“ไม่แล้วละ ไม่กลับมาแล้ว...”
“พี่กลัวอะไรงั้นหรือ?” เขามองเข้าไปในแววตานั้น
ของเธอแล้วปล่อยเธอไปพรางหัวเราะออกมาเบาๆ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาโดนทิ้ง แต่เป็นครั้งแรก
ที่เขาแพ้ให้แก่ ขยะ เมื่อไร้ซึ่ง ข้อตกลง และสัญญา เขามีอิสระที่จะทำตามใจ
...
เขาตัดผมที่ถูกย้อมสีจนสั้น
ขณะรอให้สีผมธรรมชาติงอกขึ้นมา มันจะเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดี หากเรื่องน่ารำคาญเก่าๆจะหายไปได้เหมือนกับสีผมที่โดนตัดออก
...
ตัวซวยยังลอยชาย ขวางหูขวางตาอยู่ในร้าน และมันคงจะจบด้วยดีถ้าอีกฝ่ายเลิกสนใจเขา ...
ตัวซวยยังลอยชาย ขวางหูขวางตาอยู่ในร้าน และมันคงจะจบด้วยดีถ้าอีกฝ่ายเลิกสนใจเขา ...
หลังเลิกงานกว่าตีสี่
เขาเพิ่งออกจากร้าน สวมเสื้อแขนยาวตัวโปรด ไปที่รถคนงาม
ก่อนชายที่ไม่ประสงค์จะเจอหน้าโผล่ออกมาทักเขา
“ขยันจริงนะ
เพิ่งเลิกหรือ...พอไม่มีที่เกาะก็ลำบากหน่อยละ”
อีกฝ่ายเยาะเย้ย แต่เขาก็ทำเป็นไม่ได้ยินเดินไปที่รถอย่างไม่ใส่ใจ
เพียงแต่รู้ทันทีว่า ชายดังกว่าใช้หลังร้านแทนโรงแรมม่านรูดอีกแล้ว
“รถหรูซะด้วย ใช้เงินเมียกูซื้อใช่ไหม?!
เอากุญแจมาซิ”
“ปล่อย!”
เขากระชากเสียงเมื่ออีกฝ่ายยื่นมาแย่งกุญแจในมือ
“มึงจะทำไมกู!”
เขาโดนผลักล้มลง และแย่งเอากุญแจรถไปแทน
เขาจำไม่ได้ว่าเขาได้ท่อเหล็กมาจากไหน
หรือเขาจะถือมันไว้แต่แรก ที่แน่ๆ ด้วยความเบื่อหน่ายอย่างที่สุด เขาฟาดอาวุธลงที่ท้ายถอยของอริ
โดยไม่เปิดโอกาสให้ได้ร้อง แล้วฟาดใส่อีก2-3ครั้งที่ลำตัวจนนิ่งไป ...
เลือดแดงไหลออกมาจากร่างดังกล่าวเปื้อนรถสปอตแดงเช่นเดียวกับสีเลือดแต่เขาไม่ได้สนใจ
เพียงแต่เปิดท้ายทอยที่มีเลือดไหลแล้วเอามือ เสยไล่เกลี่ยผมอย่างนุ่มนวล
“ชิ!
แค่หัวแตก ก็ร่วงไปแล้วสำออยจัง...” เขาสบถ พรางเอามือกดที่แผลให้แน่ใจ
แล้วจับร่างที่ร่วงไปแล้วขึ้นท้ายรถ
รถหรูตรงกลับเข้าคอมโด เขาใช้ รถเข็นสัมภาระใส่ชายร่างใหญ่แล้วเข็นขึ้นลิฟท์ขนของ
ไปยังห้องตัวเอง
เขา ลากร่างที่เลือดหยุดไหลไปที่ห้องน้ำ
จัดแจงทุกอย่างให้เรียบร้อย ก่อนจะฉีดน้ำอุ่นใส่ล้างคราบเลือด
ชายร่างใหญ่
หยาบคายค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมองมาทางเขาพร้อมกับสบถด่าคำหยาบที่ไม่น่าฟัง แต่ที่เขาจับใจความได้
ก็คงเป็นคำว่า
“ปล่อยกู”
ใช่แล้วชายคนนั้นร้องให้ปล่อยหลายต่อหลายครั้งจนน่ารำคาญ เขาก็เลย
อาบน้ำแล้วเดินกลับไปนอนทิ้งชายคนนั้นไว้แบบนั้น
เขาจำไม่ได้ว่า
เขาหลับไปกี่ชั่วโมงแต่เขา ก็แปรงฟันอาบน้ำ และกินข้าว ออกไปทำงาน
เหมือนเดิมกับทุกวัน จนวันที่สามเมื่อเขากลับจากงาน เสียงน่ารำคาญเงียบไปแล้ว
เขาจึงเดินกลับเข้าไปดูใหม่อีกครั้ง ในอ่างน้ำ มีร่าง
อ่อนแรงของชายที่กินแต่น้ำมาสามวันนอนอยู่ มือของเขาทั้งสองถูกล่ามเอาไว้ติดกับท่อเหล็ก
รอบๆตัวน๊อต ที่ยึดไว้ เปลอะไปด้วยเลือด และลอยข่วนเล็กๆ
ขณะที่ข้อมือของชายตรงหน้าบาดเจ็บ โดยที่เขายังไม่ได้ทำอะไร
“ปล่อยกู”
อีกฝ่ายสั่งเสียงอ่อน แต่เขากลับไม่ได้ฟังที่อีกฝ่ายพูด ขณะถือจานข้าวผัดในมือ
“ไม่อยากกินเรอะ?”
เขายื่นข้าวให้ และช่วยตักป้อนให้ทีละคำด้วยน้ำใจ แต่กลับโดนปฏิเสธ ก้อนข่าวติดหน้าเขาจน
น่าโมโห เขาทิ้งข้าวลงบนพื้นแล้วเดินออกไปจากห้องน้ำ แล้วไปนอนต่อ ...
สักพักเขาก็ได้ยินเสียงโก่งคออาเจียน และไอโขลก...
เมื่อกระเพาะที่ไม่มีของกินตกถึงท้องมาหลายวันรับข้าวที่กินเข้าไปไม่ไหว
เขาหัวเราะ
...ขณะใจจดจ่อกับวันพรุ้งนี้ วันหยุดของเขา
ในที่สุดก็ถึงคราวที่เขา มีเวลาว่าง ในการที่จะเล่นกับของเล่นชิ้นใหม่ที่เขาจับมาได้เมื่อาทิตย์ก่อนเสียที
เขาเปิดประตูห้องน้ำ มองไปยังร่างชายวัยกลางคนที่สิ้นแรง
แล้วส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้ หากอีกฝ่ายตอบกลับความดีด้วยความโกรธเกี้ยว
“4 วันมานี่เข้าห้องน้ำยังไงนะ?
ลำบากละสิ ไม่มีเจ๊มาช่วยนี่นะ” คำตอบของคำเย้ยหยันเป็นคำสบถที่เขาจำไม่ได้แล้วแต่รู้ว่าไม่น่าพึงใจเท่าไหร่
และคราวนี้เขาตอบกลับคำด่าด้วยคำเสียดสีเจ็บแสบไม่แพ้กัน
เท้าเปล่าเขี่ยขาสิ้นแรง
กางเกงสีเข้มมียี่ห้อ เปื้อนคราบจนหมดราคา เขาค่อยๆเอากรรไกรตัดเลาะมันออกแทนที่จะนั่งเสียเวลาใช้มือถอด
ขณะที่อีกฝ่ายนิ่งให้ทำแต่โดยดี เมื่อเห็นเขามีอาวุธ
ร่างเปลื่อยที่ถูกกระทำไม่ต่างจากของชิ้นนึง
เพียงแต่อีกฝ่ายนุ่มนวลกับเขาจนน่าขนลุก ...
เล็บเรียวที่ถูกตะไบอย่างดีจิ้มไปนี่จุดไวสัมผัส
จนชายอีกคนหน้าถอดสี พรางตะคอก
“จะทำอะไร!!!” ยังไม่ทันทีจะตอบ
ขาใหญ่ๆที่หมดแรงก็ฮึดขึ้นออกแรงถีบ แต่ก็ถูกจับไว้ แล้วจิกเล็บลงจนเนื้อทะลุ
เป็นลอยเหมือนโดนฝังเขี้ยว
ชายกลางคนผู้เคยทำตัวยิ่งใหญ่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด
โดยรู้ตัวว่าเสียงร้องยิ่งกระตุ้นให้ เขา ตื่นเต้น
เขาไม่ผิดนะ อีกฝ่ายยั่วเขาก่อน
หมอนั่นหาเรื่องก่อน ถ้าไม่มายุ่งก็คงไม่อยู่ในสภาพนี้ เขาหาคำแก้ตัวให้กับตัวเอง
ขณะนั่งกดขาใหญ่เอาไว้แล้วใช้เทปกาวรัดขาให้พับงอ
ไม่ให้เตะเขาได้อีก
เขาเอากรรไกรตัดเสื้อเน่าๆออก
ขณะพิจารณาผิวที่เปียกน้ำของชายผิวสี
แล้วกำกรรไกรแทงลงไป ...ให้เสียวเล่น
เมื่อปลายกรรไกร มันทู่
และเขากำมันไว้จนเหลือปลายสั้นๆ มันแค่แทงให้รู้สึกปวดเป็นจุดๆ เพื่อหยอกเล่นเท่านั้น
เสียงร้องดังขึ้นเรื่อยๆ จนเขาใช้ผ้าอุดปากที่ดิ้นรนไว้ด้วยความใจดีกลัวว่าอีกฝ่ายจะกัดลิ้นตัวเอง
เขาบีบโฟมโกนหนวดทาไปที่ขนยุบหยับน่าเกลียด พราง ขยับใบมีดโกนเล็มมันออก ที่ละจุดๆ
อย่างใจเย็น เริ่มจาก รักแร้ ขนหน้าแข้ง คิ้ว
หรือแม้แต่ขนลับสุดท้ายที่จุดกลางร่าง
เขามองร่างตรงหน้าด้วยสายตาอบอุ่นแล้วรู้สึกว่าผมสั้นๆที่ยุ่งเป็นรังนกกระจอกแถมไม่ได้สระมาหลายวัน
ดูจะสกปรกเลยจัดการตัดมันออกด้วยกรรไกรที่ละกระจุกๆ
เมื่อร่างหนาที่ยังมีชั้นไขมันพอสมควรแม้จะอดข้าวมาหลายวัน ดูสะอาดขึ้นสมใจ เขาก็จัดให้อีกฝ่ายคว่ำหน้าลงแล้วบีบสบู่เหลว เข้าไปภายในช่องทางที่แสนสกปรก แล้วใช้ แปรงสีฟันด้ามใหม่ที่ซื้อมากดมันเข้าไปภายในร่างแล้วขัดถูไปทั่วทั้งช่องทาง เสียงครางอู้อี้ของเจ้าของร่างดังระงม
เมื่อร่างหนาที่ยังมีชั้นไขมันพอสมควรแม้จะอดข้าวมาหลายวัน ดูสะอาดขึ้นสมใจ เขาก็จัดให้อีกฝ่ายคว่ำหน้าลงแล้วบีบสบู่เหลว เข้าไปภายในช่องทางที่แสนสกปรก แล้วใช้ แปรงสีฟันด้ามใหม่ที่ซื้อมากดมันเข้าไปภายในร่างแล้วขัดถูไปทั่วทั้งช่องทาง เสียงครางอู้อี้ของเจ้าของร่างดังระงม
“อือ!
อึ! อือ!”
เสียงคำรามดังจนคอแทบแตก
ขณะร่างถูกแปรงสีฟันขัดภูภายในอย่างไม่เป็นธรรมชาติ แล้วเขื่อนน้ำตาต้องแตกเมื่อ
ท่อ เย็นเชียบเสียบเข้าไปเพิ่ม น้ำอุ่นไหล่เอื่อยผ่านเข้าไปในร่างไร้ทางขัดขืน
“รู้สึกสินะ ตรงนี้มัน กระตุกถี่เชียว
...” เขาพูดพรางเขี่ยปากช่องทาง ที่เกร็งตัวเป็นพักๆ แล้วก็ต้องคลายออกจนน้ำไหลเอ่อออกมามากน้อยเป็นจังหวะ
“อือ!
ออ! ออ! อืม! ฮือ!”
“ไม่ต้องตื่นเต้นไปหรอก
แค่นี้ไม่ตายหรอกนะ” เขาพูดพรางกดแปรงสีฟันลงลึก
และยิ่งลึกเสียงร้องก็ยิ่งดัง
“อือ! ออ!
ฮือ!!!” ช่องทางด้านหลังเกรงจัด
เมื่อถูกกระทำรุนแรง ก่อนจะกระตุกถี่ยิบตามสัญชาติญาณเมื่อทุกอย่างถูกดึงออกไป
ก้นแน่นผ่อนคลาย ขาที่เกรงแข็งขืนก็สงบลง
เสียงหายใจดังฟืดฟาดขณะร่างหนาของชายมีอายุสั่นเทาไปทั้งร่าง
เป็นดังคาดชายตรงหน้าไม่มีปฏิกิริยา
ส่วนหน้าที่ถูกโกนออกจนโล่ง ไม่มีความรู้สึก? หรือจะบอกว่ามันดูหดลงเสียด้วยซ้ำ
เขาหัวเราะ กับขนาดของมันแล้วเอากรรไกรเขี่ยไปมา แล้วงับมันเล่นเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว
ขณะอีกฝ่าย ดูจะส่งเสียงดิ้นรนยิ่งกว่ามื่อครู่
เมื่อหยอกจนพอ เขาจุดบุหรี่ยี่ห้อโปรดขึ้นมาสูบจนเกือบครึ่งมวนแล้วขยี้ก้นบุหรี่ลงบนผิวที่เขาตั้งใจขัดถูอย่างดี
“อือ!!!”
อีกฝ่ายส่งเสียตอบเขา และเขาก็หัวเราะตอบเสียงนั้น ก่อนจะ
ฉีกถุงยางยี่ห้อโปรดสวมเข้ากับอวัยวะของตัวเอง ที่ชักรูดเล่นขณะสูบบุหรี่มาสักพัก
แล้วหันกลับไปที่ร่างที่ถูกล่ามไว้กับพื้นห้องน้ำ แล้วมัดขาจนขยับไปไหนไม่ได้
เขากดมันลงบนแก้มก้นแน่นๆ
ของอริที่น่ารำคาญของเขา เป็นการเตือนแล้วรูดจากที่หนึ่งไปตกร่องอีกที่หนึ่ง
ก้นนูน ส่ายไปมาเป็นเชิงปฏิเสธ
และกระเทิบตัวหนีอย่างร้อนรน เสียงร้องเหมือนกับเป็ดเทศหน้าโรงเชือดยิ่งทำให้เขาขำยิ่งขึ้นไปอีก
จริงๆแล้วเป็นผู้ชายที่ตลกสินะ เจ๊ถึงได้ชอบ
เขาคิด แล้วจับให้ก้นงอนแอ่นขึ้นรับการมาเยือน
“ผมจะสอนให้ละกันนะ เรื่องที่รู้
ว่าเจ๊ชอบโดนแบบไหน ท่าไหนจะสอนให้ทุกท่าลย...”
เขากระซิบ ขณะก้มลงมองดวงตาที่เบิกกว้าง เพราะสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่
เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาดเมื่อเห็นคราบน้ำตาและแววตาที่บอกไม่ถูกตรงหน้า
มัน มันสนุกจริงๆนะ เขาก็เลยสนุกเกินเลยไปหน่อย เขาแก้ตัวกับตัวเอง
ช่องทางที่เคยรับอ้ารับเพียงสายยางเส้นนึงกับแปรงสีฟัน
ไม่มีทางจะเปิดรับของที่ใหญ่กว่านั้นเกือบ 3เท่าได้ในทันที ส่วนปลายที่จ่อติดอยู่แบบนั้นขณะที่อีกฝ่ายเกรงจัด
และผลักสิ่งที่พยายามดันเข้าให้ออกไปสุดชีวิต แต่ด้วยแรงและเทคนิคเล็กน้อย
ส่วนหัวที่กดเข้าออกอยู่ตรงทางเข้าอยู่นานก็หลุดเขาไปจนสำเร็จ อีกฝ่ายกรีดร้องจนสั่นไปทั้งร่าง
ขณะ เขาเมามันกับสัมผัสที่ส่วนปลาย และพยายามกดมันลงไปช้าๆ ทั้งๆที่เจ้าของช่องทางสะบัดก้นไปมา
อย่างไม่เต็มใจ จนต้องออกแรงฝืนจับไว้
จังหวะกระแทกเข้าๆออกๆ สั้นๆ
ค่อยๆตอกเอาลำเนื้อยาวและใหญ่ใส่เข้าไปในช่องทางเล็กและแคบที่เนื้อนิ่มพยายามขยายตัวรับเท่าที่ทำได้
แต่มันไม่ใช่เรื่องที่มือใหม่จะมีสักยภาพทนรับ ช่องทางปริและมีเลือดไหลออกมา
ไม่ขาด
“เลือดออกแล้วนะ
แบบนี้เรียกว่าเลือดบริสุทธิ์ได้หรือเปล่า ? โดนครั้งแรกแบบนี้
?”
“อือ! ฮือ!!!
ออ! อือฮือ!”
ใต้ร่างได้แต่ครางขณะส่ายหัวไปมา
เขาจำไม่ได้ว่าอีกฝ่ายตอบอะไรมา
และจำไม่ได้มากเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น
หมอนั่นไม่ได้ขัดขืนเขามากนักเพราะหลังจากนั้น เขาก็จัดการ หมอนั่นจนเสร็จหนำใจ
เขาโยกตัวขย่มร่างถี่ๆ
เมื่อยัดอวัยวะยาวเข้าไปได้จนสุด และไม่ช้าเขาก็ไม่รู้สึกถึงปฏิกริยิต่อต้านรุนแรงอีก
เขาขยับมันแรงขึ้นเท่าที่เขาอยาก ร่างทั้งร่างโยกกระแทกไปกับพื้น
เสียงเนื้อเบียดกระทบกันดังแน่น ปึกบัก และเสียงร้องในคอปานขาดใจของอีกฝ่าย
ก็เบาลงๆ เหลือแต่เพียงแค่เสียงสั้นๆจากลำคอ
เพียงไม่กี่สิบนาทีเขาก็ปลดปล่อยสิ่งที่สะสมมาหลายสัปดาห์ลงในถุงที่หุ้มเอาไว้
เขาดึงมันออก จากอวัยวะของเขา และทิ้งเปลือกที่ใช้แล้วเอาไว้ ภายในร่างที่สิ้นสภาพ
ช่องทางแดงก่ำเปื้อนเลือดแดงฉานเป็นสิ่งที่เขาจำได้ดี
ก่อนที่เขาจะมองไปที่ส่วนแสดงความเป็นชายของอีกฝ่ายที่สิ้นสภาพเหมือนกับเจ้าของ
เขาหัวเราะเมื่อมันดูน่ารักดี
...และเริ่มเกม 2และ 3อย่างต่อเนื่อง
เขาใช้วันหยุดหมดไปกับสิ่งที่เรียกว่า SEX
เมื่อเขาแก้เทปและเอาผ้าอุดปากออก แม้แฟนของอดีตผู้อุปถัมภ์จะเป็นอิสระก็ไม่เหลืออะไรให้ขัดขืนอีกแล้ว
เขานั่งโกนขนที่ถูกเทปถลกไปไม่หมด
จนเลี่ยมเหมือนกับจุดอื่นๆ แล้วปล่อยชายคนนั้นทิ้งไว้ในห้อง พร้อมกับของกิน
นิดหน่อยเหมือนทุกที แล้วกลับไปนอน
ในวันถัดมา ชายตรงหน้าดูจะไม่ได้ขยับจากที่เดิมที่เขาทิ้งเอาไว้
แถมยังทำเลอะเทอะ... เอาฉีดน้ำล้าง อย่างสะอาดและสนุกกับร่าง
ที่นิ่งเหมือนกับศพ
แต่หมอนี่ยังไม่ตาย เขารู้ได้ทันที
เมื่อเขาสอดส่วนความเป็นชายเข้าไปในร่างนั้นอีก เจ้าของร่างก็ดิ้นรนขึ้นมาทันที
แต่ร่างที่ทรุดโทรมจนเกือบถึงขีดสุด ไม่สามารถทำอะไรได้มากนักแม้จะไม่ได้ถูกจับมัดแล้วก็ตาม
...
ช่องทางที่คับแคบก็ยังคงคับแคบ
ส่วนหน้าที่สงบก็ยังสงบเช่นเดิม
เป็นของเล่นที่น่าเบื่อ? เมื่อจับจุดได้เขาก็เบื่อที่จะเล่นสนุก
แต่มันก็คนละเรื่องกับการปลดปล่อยความอยากพื้นฐาน
เขาทิ้ง เศษถุงยาง
อยู่ภายในร่างเพิ่มขึ้น ก่อนจะออกไปทำงาน ตามเวลาปกติ
ที่ร้านไม่มีอะไรแปลกไป
หรือวุ่นวายเกี่ยวกับการหายตัวไปของชายคนนึง เพียงแต่ เจ้าของร้านของเขาเริ่มบ่นๆที่
ติดต่อหาแฟนคนโปรดไม่ได้
เขาไม่ได้ใส่ใจ เมื่อเรื่องของเธอไม่เกี่ยวกับเขาอีกแล้ว
แต่เขาต้องชะงักมือที่ทำงานอยู่ดีเมื่อตาไปสบเข้ากับเพื่อนร่วมงาน คนเดิม
คนที่แอบชอบเขา
“มีอะไรครับ? ถึงผมจะโสดแต่ผมก็ไม่สนคุณอยู่ดีนะ”
เขาพูดตัดความหวังเมื่อเขาไม่คิดจะตอบสนองความรู้สึกจริงจังนั้นของอีกฝ่าย
“นายเอาเขาไปไว้ไหน?”
“อะไร? ถ้าจานที่แห้งแล้วก็ใส่ไว้ในตู้ที่เดิมนั่นละ...”
“วันนั้นฉันเห็นนะ...บังเอิญเห็นเข้า”
“วันไหน? เห็นอะไร? ผมว่าไม่บังเอิญ
แต่นายนะเข้าสโตกเกอร์แล้วก็เป็นได้” เขาหัวเราะ แล้วเดินหนี
ขณะอีกฝ่ายมองเขาไม่วางตา
“ฉันเห็นนายตีเขา นายคงไม่ได้ฆ่าเขาหรอกนะ?!”
“ผมเนี่ยนะจะทำอะไร?”
เขาโบกมือทำเป็นไม่เข้าใจ และบอกให้เลิกพูด
หากเมื่อถึงเวลาเลิกงาน เขาก็พอคิดขึ้นได้
ฆ่างั้นหรือ?คงใกล้ตายเต็มทีแล้วมั้ง?
เขาคิดถึงสภาพเมื่อเช้า พอเลิกงานเขาเลยซื้อกล่องปฐมพยาบาลเพื่อเอาไว้แล้วหิ้วกลับคอนโด
เมื่อเดินเข้าไปที่ล๊อบบี้ก็เจอกับคนที่เคยประกาศว่าจะไม่มาพบเขาอีก
“ไหนว่าจะไม่มาเจอกันแล้วไง? ไหงมาอยู่ที่นี่ได้”
เขาคาดไว้แล้วว่าเธอจะกลับมาหาเขา แต่นี่เร็วกว่าที่เขาคิดเยอะ ขณะมองคนที่มาด้วยกันแล้วพอจะรู้ตัว
“นั่นถุงอะไร? ยา? เอาไปทำอะไร?”
“ก็...เป็นตาปลา?
เท้าพองเลยจะใส่ยาสักหน่อย?” เขาตอบแต่เธอกลับเดินฉับๆกดลิฟท์แทนที่จะคุยกันต่อ
ขณะคนที่ตามมาด้วยก็เดินตามเธอไปไม่ได้ห่าง
บริกรที่สงสัยเขา ปากมากเอาเรื่องเขาไปเล่าเสียแล้ว
เขาตามไปอย่างเสียไม่ได้
และเป็นคนเปิดห้องให้ทั้งคู่เข้าไป
เมื่อห้องถูกเปิดแขกผู้มาเยือนทั้งสองก็เดินประชิดตามเข้าไปในห้องไม่ห่างพรางสำรวจความผิดปกติโดยรอบ
“หาอะไรกันหรือครับ?”
เขาถาม ไปอย่างนั้น ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ได้คำตอบ
“ไม่มีอะไรใช่ไหม? แต่หาอะไรกัน?”
เขาถาม ก่อนที่เจ้าของร้านและเพื่อนร่วมงานกำลังจะออกห้องไป เป็นการเยอะเย้ย
แต่แล้วเสียงตึง เหมือนกับใครเคาะอะไร เพียงทีเดียว ก็ทำให้เกมพลิก
สาวใหญ่เจ้าของร้านวิ่งไปตามที่มาของเสียง
“ชิ!”
เขาสบถ ก่อนเสียงกรี๊ดลั่นขอเธอจะทำให้เขา เซ็งระเบิด
เขาโดนด่าจนเละ โดนเพื่อนร่วมงานต่อย
โดนไล่ออกจากงาน โดนยึดคอนโดหรูและรถ ไล่ออกจากบ้านมา ตัวเปล่าๆ พร้อมเศษเงินไม่กี่พันบาท
เมื่อเขาไม่รู้ว่าจะไปไหนก็มานั่งจ๋องดื่มเหล้าอยู่ที่บาร์แห่งนี้
เขาถอนหายใจทิ้งอีกเฮือกใหญ่ ขณะมองแก้วเหล้าเปล่าและกระเป๋าสตางค์
แต่ไม่ช้าประตูร้านก็ถูกเปิดออกเพราะการมาของชายอีกคน
หนุ่มใหญ่ท่าทางภูมิฐาน ดูมีเงิน และไสตร์การแต่งตัวเป็นแบบที่เขาถูกใจ
เดินเข้ามาในร้าน เขาปลายตามอง พรางคิดจะเข้าไปตีสนิทเพื่อหาที่ซุกหัวนอน และ
มันก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของงานใหม่และชีวิตใหม่ของเขา
++++++++++++++++
.
.
.
.
.
.
.
.พักสักนิด
จากใจ คนเขียน ถ้า อ่านแล้ว รู้สึกดังนี้
จากใจ คนเขียน ถ้า อ่านแล้ว รู้สึกดังนี้
-จุก
-เฟล มากกว่าฟิน
-มันอะไรวะ บ่นกับตัวเองหรือไง
ถ้ารู้สึกอย่างใดอย่างนึงแปลว่าคุณเข้าใจบางอย่างในงานเขียนนี้แล้ว
ขอบคุณที่อ่านจนถึงตรงนี้ บอกก่อนว่าไม่จำเป็นต้องฝืนชม และนี่เป็นแค่ หนึ่งด้าน
ของชายคนนี้ ผมหวังว่าจะไม่หนีไปเสียก่อน ที่จะได้เรียนรู้กันมากขึ้น ...
สำนวนอาจยังไม่ดี แต่วิธีการนำเสนอ
ผมจงใจ ....
